ดราม่าเดือด UCL! เจาะลึกจังหวะ VAR ริบจุดโทษ 'ปืนใหญ่' ยื้อเจ๊า 'ตราหมี' 1-1 : วิเคราะห์สถานการณ์นัดสองในมุมนักลงทุน
กลายเป็นประเด็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ทันทีสำหรับศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรก เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา หลังจาก 'ไอ้ปืนใหญ่' อาร์เซน่อล ทำได้เพียงเปิดบ้านเสมอกับ 'ตราหมี' แอตเลติโก มาดริด ไปด้วยสกอร์ 1-1 แต่สิ่งที่ถูกพูดถึงมากกว่าผลการแข่งขันคือจังหวะปัญหาในช่วงท้ายเกมที่ผู้ตัดสินตัดสินใจริบจุดโทษคืนหลังเช็ค VAR ทำเอา มิเกล อาร์เตต้า ถึงกับควันออกหูหลังจบเกม ซึ่งผลเสมอในบ้านแบบมีสกอร์เช่นนี้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อแผนการเล่นในนัดที่สองและมุมมองของนักลงทุนทั่วโลก
จังหวะเจ้าปัญหา: จุดเปลี่ยนที่ทำให้ 'อาร์เตต้า' ฟิวส์ขาด
เหตุการณ์ที่เป็นชนวนเหตุเกิดขึ้นในช่วงนาทีที่ 80 ของการแข่งขัน เมื่อผู้เล่นอาร์เซน่อลล้มลงในเขตโทษจากการปะทะกับแนวรับแอตฯ มาดริด ในตอนแรกผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันทีท่ามกลางเสียงเชียร์กระหึ่มเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม อย่างไรก็ตาม หลังจากได้รับการสัญญาณจากห้อง VAR และออกไปดูจอข้างสนามด้วยตนเอง ผู้ตัดสินกลับเปลี่ยนคำตัดสินโดยมองว่าเป็นการปะทะตามปกติ ทำให้แฟนบอลเจ้าถิ่นและทีมสต๊าฟฟ์เทรนเนอร์ไม่พอใจอย่างมาก
มิเกล อาร์เตต้า ให้สัมภาษณ์หลังเกมด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวว่า 'มันเป็นการตัดสินใจที่ยอมรับไม่ได้' โดยเขามองว่าจังหวะดังกล่าวมีการสัมผัสที่ชัดเจนและส่งผลต่อการทำประตู ซึ่งหากลูกนี้เป็นประตู อาร์เซน่อลจะกุมความได้เปรียบมหาศาลก่อนออกไปเยือนถิ่น เมโทรโปลิตาโน่ ในสัปดาห์หน้า
- VAR ใช้เวลากว่า 3 นาทีในการพิจารณาจังหวะปะทะ
- อาร์เตต้าชี้ว่ามาตรฐานการตัดสินในเกมยุโรปควรมีความชัดเจนกว่านี้
- สถิติระบุว่าอาร์เซน่อลมีโอกาสยิงถึง 15 ครั้งแต่เปลี่ยนเป็นประตูได้เพียงลูกเดียว
แท็กติก 'ตราหมี' และระเบียบเกมรับที่เขี้ยวลากดิน
แอตเลติโก มาดริด ของ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ยังคงแสดงให้เห็นถึงมาตรฐานการเล่นเกมรับระดับมาสเตอร์คลาส แม้จะโดนกดดันอย่างหนักตลอด 90 นาที แต่พวกเขายังหาจังหวะสวนกลับจนได้ประตูตีเสมอสำคัญ 1-1 การได้ผลเสมอพร้อมประตูทีมเยือน (ในเชิงจิตวิทยา) กลับออกไป ทำให้สถานการณ์ในเลกสองเข้าทางทีมจากสเปนอย่างเต็มตัว
การขาดหายไปของความเฉียบคมในจังหวะสุดท้ายของแนวรุกอาร์เซน่อล กลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่อาร์เตต้าต้องรีบแก้ไข เพราะการไปเยือนมาดริดด้วยเงื่อนไขที่ต้องชนะหรือเสมอแบบสกอร์สูงนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเมื่อต้องเผชิญหน้ากับแผงหลังที่เล่นได้นิ่งและกดดันผู้ตัดสินได้ดีเยี่ยมอย่างแอตฯ มาดริด
- แอตฯ มาดริด เน้นรับต่ำและรอจังหวะผิดพลาดจากแดนกลางอาร์เซน่อล
- โอบลัค โชว์ซูเปอร์เซฟสำคัญไปถึง 4 ครั้งในเกมนี้
- ระเบียบวินัยในเกมรับของทีมเยือนทำให้พื้นที่เข้าทำของอาร์เซน่อลแคบลงอย่างเห็นได้ชัด
วิเคราะห์มุมนักลงทุน: ทิศทางราคาและโอกาสเข้ารอบนัดที่สอง
จากการจบสกอร์ 1-1 ในนัดแรก ทำให้ตลาดล่วงหน้า (Outright) เริ่มมีการขยับตัวอย่างน่าสนใจ เดิมทีอาร์เซน่อลถูกมองว่าเป็นเต็งจ๋าที่จะผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ แต่ผลเสมอนัดนี้ทำให้เรตราคา 'การเข้ารอบ' (To Qualify) ของทั้งสองทีมเริ่มเบียดกันมากขึ้น โดยแอตฯ มาดริด จะได้เปรียบในฐานะเจ้าบ้านในนัดถัดไป
สำหรับนักลงทุนที่มองข้ามช็อตไปถึงเลกสอง คาดว่าราคาเปิดจะมาในรูปแบบ 'เสมอ' หรือ 'แอตฯ มาดริด ต่อ ปป.' ซึ่งถือเป็นราคาที่บีบหัวใจ เพราะอาร์เซน่อลไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเปิดเกมบุกใส่เพื่อเอาประตูคืน ความเสี่ยงจะตกอยู่ที่เกมสวนกลับของเจ้าถิ่น หากอาร์เซน่อลยังไม่สามารถจัดการกับความเด็ดขาดในเขตโทษได้ มีโอกาสสูงที่ราคาจะไหลไปทางฝั่งเจ้าบ้านในช่วงท้าย
- จับตาดูเรตราคาเปิดเลกสอง: คาดว่าเจ้าบ้านจะได้เปรียบเล็กน้อยที่ราคาเสมอ/0.25
- สถิติในบ้านของแอตฯ มาดริด ใน UCL แข็งแกร่งมาก ยากที่ทีมเยือนจะบุกมาชนะ
- สกอร์ที่คาดการณ์ในเลกสองอาจจะจบที่การเสมอแบบมีสกอร์อีกครั้ง หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะหวุดหวิด
สรุปภาพรวมจากดราม่าที่เกิดขึ้น อาร์เซน่อลอาจรู้สึกว่าพวกเขาถูกปล้นชัยชนะจากคำตัดสินของ VAR แต่นั่นคือส่วนหนึ่งของฟุตบอล สิ่งสำคัญคือการปรับจูนความเฉียบคมก่อนเกมนัดตัดสิน ผลเสมอ 1-1 เปิดช่องให้ทั้งสองทีมมีโอกาสพอๆ กัน แต่มนต์ขลังของเมโทรโปลิตาโน่และความเก๋าของซิเมโอเน่ อาจเป็นปัจจัยชี้ขาดที่นักลงทุนไม่ควรละเลยในเลกที่สอง